คนโดยมากเข้าใจว่าคำว่า กระบือ เป็นคำยืมจากจากภาษาเขมร ก็ใช่ส่วนหนึ่งนะ ไทยน่าจะรู้จักคำนี้ผ่านเขมร แต่เขมรเอามาจากไหนต้องคิดอีกรอบ
คำนี้มีในวงคำศัพท์ของตระกูลออสโตรเนเชียน มีกระจัดกระจายหลายภาษา ออกเสียงเหมือนบ้างต่างบ้าง ลองคียืในเน็ตดู ภาษาอินโดนีเชียและมาเลเชียเขียนว่า kerbau ส่วนตากาล็อกเห็นเขียน carabao
ตระกูลภาษาออสโตรเนเชียนเป็นคนละตระกูลกับตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติกซึ่งเขมรเป็นสมาชิกในนี้
แต่ดูเหมือนสระ อือ ในคำ กระบือ นั้นจะได้รับมาจากภาษาเขมรโบราณ ส่วนปัจจุบันเขียนสระ อี แต่อ่านว่า เอ็ย เพราะตัว บ อยู่ในพยัญชนะชุดที่ต้องอ่านเป็นสระ เอ็ย เมื่อเขียนด้วยสระ อี
ที่บอกว่าเขมรโบราณนั้นไม่ได้ดูจากจารึกหรอก เพราะสระ อื ในภาษาเขมรโบราณไม่มี แต่มีภาษาเขมรถิ่นที่จันทบุรี ออกเสียงสระของพยางค์หลังเป็น เออ-อือ แล้วคำนี้ในภาษาไทยก็เขียนด้วยสระ อือ
เลยสงสัยว่าสระในเขมรโบราณน่าจะเป็น *อือ
ย้อนกลับมาว่าเขมรเองก็น่าจะยืมมาจากกลุ่มภาษาในตระกูลนี้ เช่น มลายู จาม ชวา ฯลฯ แต่ภาษาจามเรียกควายว่าอะไรไม่รู้
ดังนั้นการระบุว่าคำ กระบือ นั้น ไทยยืมมาจากเขมรก็อาจถูก แต่ไม่ถูกทั้งหมด เขมรเองอาจเอามาจากภาษาอื่นต่อ แต่ตอบไม่ได้ว่าคำดั้งเดิมของเขมรเองนั้น เรียก ควาย ว่าอะไร อาจต้องไปหาเอาในภาษาของชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ในตระกูลย่อยมอญ-เขมร แต่มอญรู้สึกจะมีคำของเขาเอง ลืมแล้วเคยจดเอาไว้
ประวัติของคำนั้นซับซ้อน บางทีเจอคนเขียนสั้น ๆ ว่า กระบือ ยืมมาจากภาษาเขมร แล้วจำ ๆ กันไปก็แอบเบื่อ
จึงเขียนไว้เผื่อใครมาอ่านเจอ
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
การกร่อนเสียงในภาษาเขมร
ภาษาเขมรที่ใช้ในพนมเปญ เมื่ออยู่ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ หรือ อาจเรียกได้ว่า low register จะมีการออกเสียงโดยการงดออกเสียงบางเสียง
๑ คำสองคำให้สั้นลงได้ เช่น
តែម្តង เลย (คำลงท้ายประโยค)
แต มดอง > ตะมอง
(สองคำมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียวหรือพยางค์ครึ่ง)
ហេតុអី ทำไม, เหตุใด
แฮต เอ็ย > เฮ็ย
(สองคำมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียว และปรากฏทำนองเสียงสูงขึ้น)
คำนี้มักจะเกิดในเงื่อนไขที่ปรากฏขึ้นโดดๆ ทำนองอุทาน ไม่ค่อบพบว่าปรากฏในประโยคยาวๆ
ធ្វើអ្វី ทำอะไร, ทำไม
ทเวอ อเว็ย > เท็ย
(สองคำมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียว และปรากฏทำนองเสียงสูงขึ้น)
๒ คำสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียว
របស់ ของ
โรเบาะห์-ระเบาะห์ > เพาะห์
(คำเดียวมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียว)
แต่จะเกิดในเงื่อนไขที่อยู่ในประโยคสนทนาแล้วมีนามหรือสรรพนามต่อข้างหลังเท่านั้น เช่น บ้านของฉัน, เงินของแม่
ប៉ុន្មាន เท่าไหร่
ปนมาน > หมาน
(คำเดียวมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียวและปรากฏระดับเสียง)
๑ คำสองคำให้สั้นลงได้ เช่น
តែម្តង เลย (คำลงท้ายประโยค)
แต มดอง > ตะมอง
(สองคำมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียวหรือพยางค์ครึ่ง)
ហេតុអី ทำไม, เหตุใด
แฮต เอ็ย > เฮ็ย
(สองคำมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียว และปรากฏทำนองเสียงสูงขึ้น)
คำนี้มักจะเกิดในเงื่อนไขที่ปรากฏขึ้นโดดๆ ทำนองอุทาน ไม่ค่อบพบว่าปรากฏในประโยคยาวๆ
ធ្វើអ្វី ทำอะไร, ทำไม
ทเวอ อเว็ย > เท็ย
(สองคำมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียว และปรากฏทำนองเสียงสูงขึ้น)
๒ คำสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียว
របស់ ของ
โรเบาะห์-ระเบาะห์ > เพาะห์
(คำเดียวมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียว)
แต่จะเกิดในเงื่อนไขที่อยู่ในประโยคสนทนาแล้วมีนามหรือสรรพนามต่อข้างหลังเท่านั้น เช่น บ้านของฉัน, เงินของแม่
ប៉ុន្មាន เท่าไหร่
ปนมาน > หมาน
(คำเดียวมีสองพยางค์กร่อนเหลือพยางค์เดียวและปรากฏระดับเสียง)
เรียนภาษาเขมร
ខ្ញុំនៅលីវទេចាស
คญม เนิว็ ลีว เต จาห์
ฉันยังโสดอยู่ค่ะ
នាងខ្ញុំនៅជាមួយអ្នកម្តាយពីរនាក់ចាស
เนียง คญม เนิว็ เจีย มวย เนียะ มดาย ปี เนียะ จาห์
ดิฉันอยู่กับคุณแม่สองคนค่ะ
คญม เนิว็ ลีว เต จาห์
ฉันยังโสดอยู่ค่ะ
នាងខ្ញុំនៅជាមួយអ្នកម្តាយពីរនាក់ចាស
เนียง คญม เนิว็ เจีย มวย เนียะ มดาย ปี เนียะ จาห์
ดิฉันอยู่กับคุณแม่สองคนค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)